ราศีใดจะรวยสุดๆ!! โชคลาภบังเกิด ‘หมอลักษณ์’ฟันธง ดาวพฤหัสย้ายราศี 6 ก.ย.นี้

ใกล้เวลาเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีก เมื่อดาวพฤหัสบดี ดาวตัวแทนแห่งพลังกุศลผลบุญ ดาวตัวแทนแห่งสติปัญญา และความโชคดี ย้ายราศี วันที่ 6 ก.ย.นี้ หมอลักษณ์ เรขานิเทศ เปิดดวง 12 ราศี ไลฟ์สดผ่านแฟนเพจ โหรฟันธง ลักษณ์ เรขานิเทศ ว่าส่งผลต่อดวงชะตา 12 ราศี

โดยราศีที่มีเกณฑ์จะรวยจะรุ่ง มีโชคลาภ มีราศีใดบ้างลองไปตรวจสอบกันเลย

หมอลักษณ์ บอกว่า ราศีกันย์ ที่เคยกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง มีเคราะห์มีภัยอยู่ 4-5 ปี มีปัญหาหลายเรื่อง ต่อจากนี้ไป หลัง 6 ก.ย. ดาวพฤหัสบดีย้ายราศี บอกเลยว่า 6-12 ปีจากนี้ไปจะดี ขอให้สร้างบุญไปตลอด ขยันตั้งใจ ฟันธงตั้งตัวได้ คนไม่มีคู่ก็จะมีคู่ คนราศีกันย์ ตั้งแต่ 6 ก.ย. นี้ไป 1 ปี จะรวย ถ้าไม่รวยต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าเราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า เพราะเป็นราศีที่มีเกณฑ์ดี มีโชคลาภ เจรจาซื้อขายดี

ราศีกรกฎ ราหูมาทับก็จริง แต่ย้ายงาน ย้ายบ้าน ย้ายที่แล้วจะดี อย่ากลัวเปลี่ยนแล้วดี ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าทิ้งสิ่งที่ทำเหมือนเดิมแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วชีวิตจะดีขึ้น

ราศีเมษ ราศีดวงเมืองด้วย ต้องตื่นตัว จะเริ่มต้นเดินหน้าไปได้ดีแล้ว กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

ราศีตุล กำลังมีงานขยับขยาย มีเกณฑ์เจอคู่ครอง มิตร เรียกว่าดีทั้งตุล และ เมษ แต่จะเหนื่อยหน่อย

ราศีพฤษภ กับ พิจิก จากนี้ 2 ปีรากเลือด โดนเสาร์ทับก็ไม่ดีอยู่แล้ว คนที่ถูกดาวบาปเคราะห์ทับ ต้องสร้างบุญกุศล อะไรจะเกิดก็ต้องยอมรับ พยายามทำสิ่งที่ดี อย่าทำผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ผู้เกิดราศีพฤษภ พิจิก ฟังให้ดี เสาร์ทับพิจิก เล็งพฤษภ เกือบ 2 ปี ชีวิตไม่ดีทุกอย่าง ซึ่งดาวพฤหัสย้ายครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อทั้งราศีพฤษภ พิจิก เคราะห์ที่มีอยู่ ทำดีก็ยังไม่ดี

ราศีมิถุน ดวงดีจะมีลาภ จากนี้ไปถึง 1 ธ.ค. จะมีโชคลาภ จากการเสี่ยงโชคก็แนะนำ บูชาพญานาคติดตัวไว้ แต่หลัง 1 ธ.ค. เตรียมตัวไว้ เสาร์จะมาเล็ง ดังนั้นต้องเร่งสร้างความมั่นคง ระวังความสัมพันธ์ครอบครัวกับเพื่อน

ราศีสิงห์ พ้นเคราะห์ไปแล้วตั้งแต่ 4 ส.ค. แต่โชคยังไม่เกิดขึ้น หลัง 6 ก.ย. ราศีสิงห์จะดีขึ้น จะมีโชคลาภบังเกิดขึ้น เจอเพื่อนดี โอกาสดีๆ เข้ามา

ราศีกุมภ์ จากที่ติดขัด จะเริ่มมีโอกาสได้เงิน กิจการสภาพคล่องทางการเงินจะโดดเด่น หลัง 6 ก.ย. เมื่อดาวพฤหัสย้ายราศี แนะนำทำบุญทอดกฐิน จะเป็นบุญใหญ่ เป้าหมายที่ตั้งไว้จะสำเร็จ

ราศีมีน จะรวยก็ไม่รวย คาบลูกคาบดอก เบื่อๆ เซ็งๆ เรื่องรักอย่าเพิ่งลงเอยแต่งงาน จะผิดพลาด บวชพระ อาจถูกสีกาปล้ำ คนเกิดราศีมีนจะดีเมื่อเปลี่ยนชีวิต เสื้อผ้าเก่าๆ เก็บให้หมด บริจาคเลย ยิ่งให้ยิ่งได้ เรื่องงานอย่าไว้ใจใคร

ราศีมังกร ช่วง 1 ปีครึ่ง จะถูกหื่นเข้าหาหรือลุ่มหลงทางกายและการหลอกลวง ราศีกรกฎด้วยระวังเรื่องนี้

ที่มา:ข่าวสด

หนุ่มน้อยตีกลองลมในห้องเรียน แต่ขนอินเนอร์มาเต็ม มือกลองมืออาชีพยังต้องหลบทาง (คลิป)

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากเพจ “เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง” ซึ่งได้นำคลิปหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูจากชุดน่าจะเป็นเด็กช่าง ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่า เป็นที่สถาบันการศึกษาใด แต่ที่ได้รับการแชร์และพูดถึงเพราะหนุ่มในคลิปนี้ ทำท่าตีกลอง โดยที่ไม่มีกลอง แต่ออกท่าทาง ได้อารมณ์อย่างกับกำลังตีกลองอยู่จริงๆ จะได้อารมณ์แค่ไหนไปลองชม

ที่มา:ข่าวสด

เตือน! อย่าซื้อสลากผ่านออนไลน์ ควรจองผ่านแอพฯของธนาคารเท่านั้น!!

ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามที่มีผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ร้องเรียนว่า ปัจจุบันมีผู้พัฒนาโปรแกรม เพื่อช่วยในการจองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านระบบออนไลน์จำนวนมาก โดยมีความกังวลเรื่อง ความไม่เป็นธรรม และการโดนล้วงข้อมูลของผู้ใช้โปรแกรมดังกล่าว นั้น

ธนาคารกรุงไทยขอยืนยันว่า ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และโปรแกรมดังกล่าว ไม่สามารถเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารตามที่ผู้ร้องเรียนเข้าใจ ธนาคารขอฝากถึงผู้จองซื้อสลากโปรดศึกษาข้อมูลต่างๆ และไม่ควรเปิดเผยรหัสใช้งานและรหัสผ่านแก่บุคคลอื่น เนื่องจากเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคล หากมีผู้ล่วงรู้ อาจก่อให้ เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ และหากมีการเปิดเผยรหัส และข้อมูลแก่บุคคลอื่น หรือใช้แอพลิเคชั่นที่ไม่แน่ใจ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันที เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ในการจองซื้อล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านระบบออนไลน์นั้น เพื่อความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุด ควรใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น KTB netbank และที่ https:// www.lotto.ktbnetbank.com และเพื่อประโยชน์ของลูกค้าผู้ใช้บริการ หากผู้พัฒนาโปรแกรมรายใดมีการใช้ข้อความ สัญญลักษณ์หรือสี ที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสับสนว่าเกี่ยวข้อง หรือเป็นบริการของธนาคาร ธนาคารอาจจะมีมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป

 ที่มา:ข่าวสด

ปรับสภาพไม่ทันปลาตายเกลื่อนอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านนับร้อยแห่จับไปทำปลาร้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. บริเวณอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (ห้วยโสมง) อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 3 จังหวัด เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดปราจีนบุรี รับแจ้งจากประชาชนว่า มีปลาลอยตายเกลื่อนทั่วบริเวณอ่างเก็บน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีชาวบ้านจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับปลาที่กำลังลอยหัวขึ้นมาสูดอากาศทั่วบริเวณอ่าง

ตรวจสอบพบว่าบริเวณด้านทิศเหนือของอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา มีประชาชนนับร้อยคนกำลังลงน้ำจับปลา บางรายก็ใช้เรือ บางรายก็ใช้สวิง และเดินลุยน้ำเพื่อรอดักจับปลาที่ลอยโผล่ขึ้นมา นอกจากนี้ ยังพบปลาที่ตายลอยเกลื่อนทั่วอ่างเก็บน้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง โดยไม่มีการเก็บขึ้นมาเพื่อฝังกลบแต่อย่างใด กลิ่นเหม็นเน่าได้สร้างความรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปพักผ่อนและนั่งตกปลาในช่วงวันหยุดเป็นอย่างมาก

ด้านชาวบ้านรายหนึ่งที่มาจับปลา กล่าวว่า ปลาที่ลอยตายเป็นมา 3-4 วัน ส่วนใหญ่จะเป็นปลาหัวแข็งหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ปลาขาว ปลาที่ชาวบ้านจับได้ส่วนใหญ่จะนำไปทำเป็นปลาร้า ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปลาลอยตายน่าจะมาจากการปรับสภาพน้ำ หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีน้ำไหลลงอ่างเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเศษวัชพืชและต้นไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำเกิดการเน่าเสีย จนน้ำขาดออกซิเจน จนเป็นสาเหตุทำให้ปลาน็อคน้ำและตายในที่สุด

ที่มา:ข่าวสด

ผัวเมียดวงซวย! เปิดร้านเนื้อย่างเกาหลีวันแรก หลังปิดร้านแวะปั้มหาข้าวกินถูกกระบะชนดับคู่

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ร.ต.อ.ธีรพัฒน์ ชมชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เชียงคาน จ.เลย รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ตกร่องน้ำมีผู้เสียชีวิต 2 คน ที่ถนนมลิวรรณ 201 สาย เลย-เชียงคาน หลัก ก.ม.ที่ 40-41 ใกล้ปั้มน้ำมัน ปตท.เชียงคาน ต.เชียงคาน หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยแพทย์จากโรงพยาบาลเชียงคาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดเชียงคาน รุดตรวจที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสภาพนอนคว่ำหน้าจมอยู่คูร่องน้ำข้างถนน ทราบชื่อน.ส.ภัทรนนท์ วันนะชัย อยู่บ้านเลขที่ 9/4 ม.9 ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย อยู่ข้างรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ของผู้ตายจมน้ำอยู่ ห่างกันพบผู้เสียชีวิตเป็นชายสภาพนอนหงายอยู่ริมถนนใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง ทราบชื่อนายเจตรินทร์ วงค์ปิมตา อายุ 44 ปี สามีของน.ส.ภัทรนนท์ โดยมีนายณัฐพงษ์ พะโยทอน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/12 หมู่ 15 ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย คนขับรถกระบะ เชฟโรเล็ต สีขาว ทะเบียน กฉ2899 เลย สภาพหน้ารถขวาพังล้อยุบ ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ

จากการสอบสวนทราบว่า สองสามีภรรยา เมื่อคืนนี้เพิ่งเปิดร้านเนื้อย่างเกาหลีเป็นวันแรก มีแขกมาร่วมงานจนแขกกลับไปหมด ทั้งคู่หิวข้าวได้ขี่จักรยานยนต์จะมาซื้อข้าวกินที่ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมัน ปตท.เชียงคาน ระหว่างที่กำลังจะเลี้ยวเข้าปั้ม รถกระบะขับมาด้วยความเร็วเลี้ยวเข้าปั้มเหมือนกันพุ่งชนอย่างแรง จนสองสามีภรรยากระเด็นตกลงไปที่คูร่องน้ำข้างทางจมน้ำเสียชีวิต ส่วนสามีกระเด็นไปนอนเสียชีวิตที่ริมทางถนนเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงนำตัวคนขับรถกระบะมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

โดนแล้ว! เน็ตไอดอลสาว ‘มุกกี้แซ่บ’ เสียค่าปรับ 5 หมื่น ข้อหาโฆษณาเหล้า

วันที่ 16 ส.ค. สภ.เมืองนนทบุรี น.ส.ชนิตา ภูวพิพัฒน์ หรือ มุกกี้แซ่บ เน็ตไอดอลชื่อดัง เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่าหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเรื่องส่งตัวไปที่กองควบคุมเครี่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเสียค่าปรับ จำนวน 50,000 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด “น้องมุกกี้” กล่าวว่า ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นรู้เท่าไม่ถึงการณ์และคาดไม่ถึงด้วยว่าจะมีกฎหมายตัวนี้บังคับใช้อยู่ ตนเองก็เป็นตัวอย่าง อยากฝากถึงว่าให้ระวังอย่าไปทำอะไรที่ผิดกฏหมายอีกเดี๋ยวจะโดนค่าปรับเหมือนกับตัวเอง

ภาพจาก Mookies Zapp

คนขับตุ๊กตุ๊กสุดแสบ เรียกค่าไถ่ไอโฟนสาวพม่า หลังทำตกไว้บนรถ โดน ตร.ซ้อนแผนจับ

วันที่ 15 ส.ค. พ.ต.ต.นพดล คงสัตรา สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.เธียรภัทร กล้าใจ และ ร.ต.อ.ธนาวุฒิ อินตา รอง สว.สส. นำกำลังจับกุม นายเยี่ยม บุญศรี อายุ 59 ปี อาชีพขับรถตุ๊กตุ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 31/103 ซอยพระยามนธาตุ แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 พลัส จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาตรงข้ามเคหะบางบอน แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม.

ร.ต.อ.ธนาวุฒิ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ไข หม่อน อู้ หรือดาว อายุ 24 ปี ผู้เสียหายชาวเมียนมา เดินทางเข้าพบฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อร้องทุกข์ว่าถูก นายเยี่ยม ยึดโทรศัพท์มือถือไอโฟนเอาไว้ หลังทำตกหล่นขณะโดยสารกลับจากตลาดบางบอน มุ่งหน้าเข้าที่พักย่านถนนกำนันแม้น โดยนายเยี่ยม เรียกเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการนำโทรศัพท์มาคืน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนโดยนัดให้ นายเยี่ยม นำโทรศัพท์ไปคืนให้ที่หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาตรงข้ามเคหะบางบอน เมื่อ นายเยี่ยม มาตามนัด และรับเงิน 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทันที พร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.ไข หม่อน อู้ กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยติดตามมือถือมาคืนให้ ตนเดินทางเข้ามาทำงานเย็บผ้าในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว โดยพักอาศัยอยู่กับนายจ้างย่านถนนกำนันแม้น ก่อนเกิดเหตุเดินทางไปซื้อกับข้าวที่ตลาดบางบอน กับเพื่อนๆ รวม 4 คน พอซื้อของเสร็จก็ชวนกันเรียกรถตุ๊กตุ๊ก ที่นายเยี่ยม เป็นคนขับให้ค่าจ้าง จำนวน 80 บาท เพื่อไปส่งยังที่พัก แต่พอลงจากรถปรากฏมือถือไอโฟน ของตนที่แฟนหนุ่มซื้อให้เกิดหายไป ตนพยายามโทรเข้าเบอร์ตัวเอง 20 กว่าสาย กระทั่ง นายเยี่ยม เป็นคนรับ แต่ นายเยี่ยม แทนที่จะคืนให้กลับขอเงิน 5,000 บาท เพื่อแลกกับการนำโทรศัพท์มาคืน ตนจึงตัดสินใจปรึกษานายจ้างและพากันเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ จนได้โทรศัพท์คืนดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด

ในหลวงพระราชทาน100ล.-ศิริราชปีติทรงมอบวีดิทัศน์4เรื่อง สืบสานราชปณิธานร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานวีดิทัศน์ “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” ให้รัฐบาลนำไปเผยแพร่แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ประชาชนทั่วไป เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” และ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวพระราชดำริ น้อมนำสู่การปฏิบัติต่อไป

เมื่อเวลา 19.53 น. วันที่ 12 ส.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานวีดิทัศน์ “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำวีดิทัศน์ชุดนี้ขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

ด้วยมีพระราชปรารภว่า “พระมหา กรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเรามีมากหลาย ด้วยพระบารมีและพระเมตตา ได้พระราชทานแนวความคิด พระราชดำริและข้อปฏิบัติในการพัฒนาความเจริญ และความสุขให้แก่ประเทศชาติ และประชาชนมาหลายด้านหลายสิ่ง หากจะได้ศึกษาและน้อมนำพระราชดำริต่างๆ นี้ มาปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม และพอเพียง ต่อสถานการณ์ และก็เชื่อแน่ว่าจะแก้ปัญหา และทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศชาติและตนเอง ซึ่งจะนำพามาสู่ความสุขและความเจริญกับทุกๆ คน ตามพระราชปณิธานของล้นเกล้าล้นกระหม่อมตลอดไป หวังว่า วีดิทัศน์ชุดนี้จะเป็นประโยชน์ และนำความสุขความเจริญ มาสู่ผู้ชมในทุกประการ”

สำหรับวีดิทัศน์ชุดนี้ มีจำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ น้ำ คือ ชีวิตแผ่นดิน, พิทักษ์ป่า พัฒนาสินสายน้ำ, พืชพรรณ ปลูกชีวิตมั่นคง และเศรษฐกิจพอเพียงนำทางชีวิต ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน และแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อสร้างสุขแก่ปวงประชา ทั้งนี้ จะพระราชทานวีดิทัศน์ชุดนี้ให้รัฐบาลนำไปเผยแพร่แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวพระราชดำริ และน้อมนำสู่การปฏิบัติต่อไป

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะผู้บริหารคณะแพทย ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินจำนวน 100,000,000 บาท เป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารี่ ภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ร.พ.ศิริราช ซึ่งเป็นพระราชประสงค์เดิมที่ว่าจำหน่ายไดอารี่ได้ก็จะนำเงินมาสมทบสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา และทรงมีพระราชประสงค์เพื่อให้อาคารนี้ดูแลผู้ป่วยด้อยโอกาส

นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า อาคารนวมินทร บพิตร 84 พรรษา เป็นอาคาร 25 ชั้น คาดเปิดให้บริการได้ในเดือนส.ค.2561 และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย.2562 ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับบริจาคเพื่อซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไป โดยประชาชนสามารถบริจาคเป็นเงิน หรือครุภัณฑ์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการก่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา เป็นโครง การสุดท้ายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้แก่ ร.พ.ศิริราช จะเป็นอาคารรวม ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ใช้งบประมาณก่อสร้าง 5,000 ล้านบาท ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 2,000 ล้านบาท โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณารับเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุนก่อสร้าง อาคารนี้สูง 25 ชั้น มีเตียงผู้ป่วย 355 เตียง มีศูนย์ความเป็นเลิศ 14 ศูนย์ ห้องไอซียู 62 ห้อง ไม่มีห้องพิเศษ

ที่มา:ข่าวสด

เก๋งชนย่างสดสาว ผัวหนีได้ทัน-เจ็บสาหัส สยองถนน”บางปลาม้า”

ย่างสด- รถเก๋งชนต้นไม้ไฟลุกท่วม ย่างสด น.ส.ปิยะดา สว่างพงษ์ เสียชีวิต ส่วนสามีคนขับอาการสาหัส คาดคนขับหลับ ใน ที่ริมถนนในอ.บาง ปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.

รถพุ่งชนสยอง ย่างสดเมียดับคาซาก สลดถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท ผัวหนีตายออกมา ได้ทัน-รอดหวุดหวิด สอบพบกำลังขับกลับบ้านที่พิษณุโลก ก่อนเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง พลิกคว่ำกระเด็นตกร่องกลางถนน ไฟลุกท่วมไหม้รถทั้งคัน ย่างสดเมีย-ผัวสาหัส ตร.คาดสาเหตุหลับใน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.ณรงค์กรณ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ทะเบียน ฆธ 3348 กทม. เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ทำให้รถตกร่องกลางถนนเกิดไฟลุกท่วม บริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ม.6 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยกู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวง จ.สุพรรณบุรี แพทย์เวรร.พ.บางปลาม้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลโคกคราม

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสภาพพังยับเยินถูก ไฟไหม้ทั้งคัน ภายในรถพบศพน.ส.ปิยะดา สว่างพงษ์ อายุ 52 ปี ชาวจ.สุโขทัย ภรรยาคนขับรถ สภาพศพไหม้เกรียมติดอยู่ภายในซากรถเก๋ง ส่วนคนเจ็บอีกรายทราบชื่อนายเผ่า กล้าหาญ อายุ 62 ปี ชาวจ.พิษณุโลก สามี น.ส.ปิยะดา ซึ่งได้พยายามหนีออกจากตัวรถ โดยครึ่งตัวติดอยู่ภายในรถ พลเมืองดีรีบช่วยเหลือและดึงออกจากรถได้ทัน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ด้านนายอานนท์ มหรรนพ เจ้าหน้าที่กู้ภัย เล่าว่า ได้อยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุพอดี โดยเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาทางตรง จู่ๆ ก็เสียหลักพุ่งชนต้นไม้และตกเกาะกลางถนน จากนั้นเกิดไฟลุกท่วมรถทันที จึงรีบวิ่งมาช่วย โดยคนขับพยายามหนีออกจากตัวรถ แต่ออกมาได้แค่ครึ่งตัว ก่อนช่วยกันลากออกมา ส่วนอีกคนช่วยไว้ไม่ทัน

จากการสอบสวนคาดว่า นายเผ่าขับรถมากับภรรยา มุ่งหน้ากลับบ้านที่จ.พิษณุโลก พอมาถึงจุดเกิดเหตุคาดอาจหลับใน ทำให้รถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้พลิกคว่ำรถกระเด็นตกร่องกลางถนน ทำให้เกิดไฟลุกท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ที่มา:ข่าวสด

บุกจับร้านเปิบพิสดารกลางกรุง ผงะ!เจองูเห่าสดหั่นเป็นปล้อง ตั้งโต๊ะรอเสิร์ฟลูกค้า

วันที่ 9 ส.ค. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง.ผบก.ทท. พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสวัตว์ป่า (เหยี่ยวดง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, 191 และ บก.ปทส. กว่า 20 นาย เข้าตรวจค้นภัตตาคาร “หลวงโตโต” เลขที่ 256 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. หลังได้รับแจ้งว่าเป็นแหล่งลักลอบขายอาหารที่ปรุงจากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

ที่ร้านดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น 2 คูหา ชั้นล่างเป็นส่วนห้องอาหารและห้องครัว บนโต๊ะมีงูเห่า ถูกปรุงเป็นอาหารวางเตรียมไว้รอลูกค้าจำนวน 2 จาน ชั้น 2 แบ่งเป็นห้องอาหารอีก 2 ห้อง เจ้าหน้าที่พบโหลสุราดองภายในบรรจุหัวงูชนิดต่างๆ จำนวน 9 โหล ด้านหลังเป็นในส่วนห้องชำแหละ และยังพบบ่อปูน 4 บ่อ แบ่งเป็นบ่อตะพาบ 2 บ่อ บ่องูเห่า 1 บ่อ บ่องูสิงห์ 1 บ่อ จากการตรวจสอบพบงูสิงห์ 2 ตัว ตะพาบไทย 21 ตัว เต่าบัว 1 ตัว และซากตัวนิ่ม 1 ตัว ชั้น 3 และชั้น 4 เป็นในส่วนห้องพัก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายจะมู้ แซ่หยี่ อายุ 66 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ดูแลร้าน และคนงานชาวพม่าอีก 6 คน จึงตรวจยึดสัตว์ทั้งหมดและควบคุมตัวผู้ต้องหา ไว้สอบสวน

จากการสอบสวนนายจะมู้ ให้การโดยอ้างว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 7-8 ปี ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นชาวจีน ถ้าเป็นลูกค้าประจำก็จะมีการโทรมาสั่งไว้ก่อนทางร้านก็จะทำอาหารเตรียมไว้ให้ หากเป็นลูกค้าขาจรเมื่อมาถึงร้านก็จะเข้ามาสั่งที่ร้านร้าน โดยจะมีเมนูอาหารให้ลูกค้าสั่งตามต้องการ ซึ่งเมนูส่วนใหญ่ก็จะเป็นงู และตะพาบ

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นบูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ191 บก.ปทส. เข้าตรวจสอบร้านอาหารแห่งนี้หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบนำสัตว์ป่ามาปรุงเป็นอาหาร จากการตรวจสอบพบงูสิงห์ 4 ตัว ตะพาบไทย 21 ตัว เต่าบัว 1 ตัว ซากตัวนิ่ง 1 ตัว และยังพบงูเห่าซึ่งถูกขังไว้ อีกประมาณ 10 ตัว ถึงงูเห่าจะไม่ถือว่าเป็นสัตว์สงวนแต่ก็ผิดที่นำมากักขัง

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวต่อว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม มีการเชือด ชำแหละภายในร้าน และมีการขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยอ้างสรรพคุณเรื่องยาบำรุงกำลังและยาโด๊บ จากการตรวจสอบพบมีการกระทำผิดในหลายกรณี ซึ่งมีการครอบครองสัตว์ที่ต้องได้รับการควบคุม นอกจากนี้พนักงานในร้านก็จะต้องทำการตรวจสอบว่ามีการเข้าเมืองมาอย่างถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบไปถึงผู้เช่าอาคารดังกล่าว รวมถึงบุคคลที่นำสัตว์มาส่งให้ครบถ้วนทุกกระบวนการ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลยได้มีการเข้าจับกุมร้านดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ได้ของกลางเป็นเต่า เพียง 1 ตัว แต่เจ้าของกลับลักลอบกลับมาแอบเปิดใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาตรวจสอบและจับกุมอีกครั้ง ทั้งนี้จะมีการจำหน่าย งู เล็ก ราคาตัวละ 1 พันบาท งู ใหญ่ 3 พัน ส่วนตัวนิ่งมีการซื้อขายกันราคากิโลกรัมละเป็นหมื่น และจะมีการแบ่งค่าน้ำให้กับมัคคุเทศ

ด้านนายถิรเดช กล่าวว่า สัตว์ทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ในวันนี้ถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งจะมีอัตราโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้นจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปทศ. ดำเนินคดีในข้อหาครอบครองและจำหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนของกลางทั้งหมดจะนำเข้าทำการคัดแยกที่กรมอุทยานว่าเป็นชนิดใดบ้าง ก่อนส่งต่อศูนย์พักฟื้นกรมอุทยานก่อนนำปล่อยสู่ธรรมชาติต่อไป

ที่มา:ข่าวสด