จับจองที่แน่นสนามหลวง รอชมซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวง ร.9

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประชาชนจำนวนมาก แต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำ หลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง เพื่อรอเข้าจุดคัดกรองวันพรุ่งนี้(21ต.ค.) เวลา 05:00 น. เพื่อชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยการซ้อมในวันพรุ่งนี้จะมีการแต่งกายและริ้วขบวนชุดใหญ่ เสมือนจริงทุกประการ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก โดยมีการจัดที่หลับที่นอน พร้อมกับนำอาหารมาเตรียมไว้รับประทาน

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก JS100 Radio

ชาวดำเนินสะดวกพายเรือย้อนรำลึก เส้นทางเสด็จวันในหลวงร.9-ราชินี ถวายผ้าพระกฐิน

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่คลองดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.ราชบุรี พร้อมด้วยนายอำเภอดำเนินสะดวก ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พสกนิกรชาวดำเนินสะดวก ร่วมกันนำต้นดาวเรืองลงเรือพายล่องตามลำคลองดำเนินสะดวก ตามเส้นทางเสด็จเมื่อครั้งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2510 ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงประทับเรือพระที่นั่งเสด็จโดยพระราชดำเนินตามคลองดำเนินสะดวกและมาขึ้นที่ท่าเทียบเรือหน้าวัดโชติทายการาม อ.ดำเนินสะดวก

ซึ่งเป็นท่าเรือพระประเทียบ เพื่อเสด็จมาบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดโชติทายการาม ในเทศกาลออกพรรษา ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินของประชาชนชาวดำเนินสะดวกที่ ปรารถนาจะได้เข้าเฝ้าชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์

โดยวันนี้พสกนิกรชาวดำเนินสะดวกได้พร้อมเพียงกันร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้จัดริ้วขบวนนำต้นดาวเรืองไว้บนเรือ พร้อมทั้งประดับเรืออย่างสมพระเกียรติ พร้อมทั้งอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร ล่องไปตามลำคลองจากที่คลองต้นเข็ม หน้าที่ว่าการอำเภอดำเนินสะดวก โดยขบวนเรือได้พายกันอย่างพร้อมเพียงและสวยงาม ล่องไปตามเส้นทางเสด็จมุ่งหน้าไปยังท่าเทียบเรือ บริเวณด้านหลังพลับพลาที่ประทับจริง ที่ได้อนุรักษ์ไว้ ที่วัดโชติทายการาม ตามเวลาที่ใช้กำหนดจริงในการเสด็จในเวลา 14.00 น.

จากนั้นนายชยาวุธ ขึ้นถวายความเครารพที่เบื้องหน้าภาพพระบรมฉายาลักษณ์บนพลับพลาที่ประทับหลังจริง และลงมาที่บริเวณลานด้านหน้า เพื่อนำพสกนิกรชาวดำเนินสะดวกทุกหมู่เหล่ากล่าวคำถวายความอาลัยเพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวดำเนินทุกหมู่เหล่า พร้อมทั้งร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ก่อนนำต้นดาวเรืองขึ้นถวายวางบนพานที่โต๊ะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่พลับพลาที่ประทับ

ภายหลังเสร็จพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่นายอวยไชย แซ่ลิ้ม อายุ 82 ปี บุคคลสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่และปรากฏภายในภาพถ่ายขณะทูลเกล้าถวายเงินเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดโชติทายการาม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2510 ด้วย

ที่มา:ข่าวสด

ไหม้วอดโรงงานอบยางพารา คนงานอพยพหนีตาย! แค่เสี้ยวนาทีก่อนไฟลุกท่วม สูญ 20 ล้าน

วันที่ 18 ต.ค. ร.ต.อ.พันธิติ ศิริมูล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานอบยางพารา ของบริษัทไทยเอเซีย จำกัด ริมถนนสุขุมวิท เลขที่ 28/5 หมู่ 6 ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง จึงประสานหน่วยดับเพลิง อบต.ห้วยยาง และพื้นที่ใกล้เคียงรวม 7 คัน ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์

ที่เกิดเหตุพบพนักงานกำลังวิ่งหนีกันมาอยู่นอกรั้วโรงงาน โดยที่ตัวอาคารโรงงานมีเปลวไฟกำลังลุกโหมอย่างรุนแรง ควันไฟสีดำพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ซึ่งพนักงานบางส่วนกำลังใช้รถโฟล์คลิฟต์ขนย้ายแผ่นยางออกนอกพื้นที่ที่ไฟกำลังไหม้อย่างโกลาหล จากนั้นรถดับเพลิงได้เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงทันที แต่เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะยางพาราเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จึงสามารถสกัดเพลิงไว้ได้ แต่ยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเย็นเอาไว้ในบริเวณห้องอบยางพาราทั้งหมด 5 ห้อง ซึ่งห้องที่เกิดเหตุคือห้องที่ 1 ที่ถูกเผาจนวอดไปทั้งหมด จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุไม่พบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้านพนักงานบริษัทที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่กำลังทำงานอยู่ภายในโรงงานใกล้จุดเกิดเหตุ จู่ๆ ก็มีควันไฟฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ แล้วก็เกิดเปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้ยินเสียงตะโกนแจ้งว่าไฟไหม้ให้ออกนอกโรงงาน พนักงานต่างก็รีบวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พ้นตัวอาคารไฟก็ลุกพุ่งท่วมบริเวณหลังคารวมถึงควันไฟสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก ทำให้พื้นที่รอบโรงงานมีเขม่าควันตกทั่วพื้นที่

จากการสอบถามนายสมภพ ตั้งเจริญสุทธิชัย เจ้าของโรงงาน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานกำลังนำแผ่นยางพาราจำนวน 20 ตัน เข้าอบที่ห้องอบทั้ง 5 ห้อง โดยห้องอบจะใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง โดยจะมีห้องเผาฟืนอยู่ด้านล่างนอกห้องอบ ขณะที่นำยางเข้าไปในห้องอบก็ได้มีการจุดเชื้อเพลิงแต่ปรากฎว่าหลังจากที่อบไปได้สักพัก ก็พบว่าที่ห้องอบเบอร์ 1 มีควันไฟพวยพุ่งออกมาอย่างผิดสังเกตุ จึงได้ให้พนักงานเข้าไปตรวจสอบทันที แต่ยังไม่ทันเข้าถึงเปลวไฟก็ลุกโหมขึ้นมาอย่างรุนแรง ประกอบกับแผ่นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงของเพลิง จนลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าไม่สามารถดับเพลิงได้ทันจึงรีบแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานหน่วยดับเพลิงของ อบต.ห้วยยาง และ พื้นที่ใกล้เคียงทันที และ รีบอพยพพนักงานทั้งหมดออกนอกตัวโรงงาน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และ ทางบริษัทได้มีการทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัทแห่งหนึ่งก็ได้มีการแจ้งไปเบื้องต้นแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานตำรวจวิทยาการ จ.ระยอง เข้าตรวจสอบในภายหลัง ต้องรอให้ภายในที่เกิดเพลิงไหม้เย็นลงก่อน เพราะยังคงมีกลุ่มควันและความร้อนของแผ่นยางที่ถูกความร้อนจนละลายไปทั่วห้องอบ และเตรียมสอบสวนเจ้าของโรงงานและพนักงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานบริษัทประกันอัคคีภัยมาตรวจสอบความเสียหาย เพราะเท่าที่ทราบทางบริษัทได้มีการทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง รวมถึงตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินของทางราชการจำพวกเสาไฟและสายไฟฟ้าที่พาดผ่านในบริเวณใกล้เคียงว่าเสียหายหรือไม่ ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น่าต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ที่มา:ข่าวสด

ชื่นชมจิตอาสาน้อยด.ช. 7 ขวบ! ภูมิใจได้ทำความดีด้วยหัวใจถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่ก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองประจำจังหวัดศรีสะเกษ มีประชาชนจิตอาสาร่วมกันปรับภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณศาลากลางเพื่อให้เกิดความสวยงามและสมพระเกียรติ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความปลื้มปีติที่จิตอาสาได้ร่วมกันทำความดีเพื่อถวายพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย

โดยวันนี้ยังมีจิตอาสาน้อยวัยแค่ 7 ขวบ ชื่อ ด.ช.ธัณทวัฒน์ ศรีสุข นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 วัดเจียงอี อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ มาช่วยปรับภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณศาลากลางด้วย ซึ่งด.ช.ธัณทวัฒน์ เปิดเผย ว่าใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอทมาช่วยงานจิตอาสา และรู้สึกเสียใจมากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต และการที่ได้มาสมัครเป็นจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจในครั้งนี้ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งในงานพิธีสำคัญ และจะขอตั้งใจทำความดี มีน้ำใจ โดยจะน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านไปใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

ที่มา:ข่าวสด

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “จุลจอมเกล้า” จำนวน 6 ราย

วันที่ 16 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ความว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ดังนี้

ปฐมจุลจอมเกล้า
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล

ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
พันโท สมชาย กาญจนมณี

ทุติยจุลจอมเกล้า
พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข
พลอากาศเอก อํานาจ จีระมณีมัย
พลเอก จักรภพ ภูริเดช

ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
พันตํารวจเอก ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พุทธศักราช 2560
ประกาศ ณ วันที่ 16 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน

ที่มา:ข่าวสด

หนุ่มมองโลกในแง่ดี น้ำท่วมเข้าบ้านเลยเปลี่ยนเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวซะงั้น(คลิป)

วานนี้หลายพื้นที่ประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมแบบไม่ทันตั้งตัว โดยคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ในโซเชียลเป็นหนุ่มรายหนึ่งที่กำลังเล่นน้ำภายในบ้านตัวเองอย่างสนุกสนาน ซึ่งหากถามว่าเครียดหรือไม่เชื่อว่า คงเครียดแต่ไหนๆ ก็ท่วมแล้วก็ลองสนุกตสักตั้งค่อยว่ากันใหม่

 

ที่มา:ข่าวสด

จ่าปืนโหดยิงกลางห้าง เผยเหตุโดนขอหย่า หลังเมียสุดทนทำร้ายร่างกาย มีเมียน้อย!

จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนใจกลางห้างค้าส่ง จ.อุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ ทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้บาดเจ็บสาหัส จำนวน 4 ราย โดยต่อมาพบว่า จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ชุ่มบุญชู อายุ 41 ปี ผู้ก่อเหตุและยิงตัวเองยังได้รับบาดเจ็บสาหัส และนางสิรินพร ชุ่มบุญชู อายุ 40 ปี ต่อมาทราบว่าเป็นภรรยา เสียชีวิตเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยมีคนโดนลูกหลงเป็นญาติผู้ตาย และพนักงานห้าง ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 13 ต.ค.60 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายและญาติๆ ได้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองอุดรธานี ว่า นางสิรินพร ชุ่มบุญชู อายุ 40 ปี ได้ถูก จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ชุ่มบุญชู อายุ 41 ปี สามีที่จดทะเบียนสมรสกัน และพักอยู่ที่บ้านพักใน จ.กาญจนบุรี ได้ทำร้ายร่างกาย และเมื่อหลบหนีมาอยู่บ้านญาติที่อุดรฯ ก็ยังตามมาทำร้ายร่างกายอีก และเกรงว่าจะถูกตามทำร้ายร่างกายจนถึงชั้นเอาชีวิตเพราะถูก จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ข่มขู่อาฆาตเอาไว้ หลังจากที่ได้ลงบันทึกแจ้งความเอาไว้แล้ว นางสิรินพร ผู้ตาย พร้อมด้วยญาติๆ ก็พากันไปหาซื้ออาหารของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาอุดรธานี และระหว่างที่กำลังเดินซื้อของอยู่บริเวณแผนกอาหารสด ก็ถูก จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ตามมาทันและ ตรงเข้าไปต่อว่า และพยายามจะง้อขอคืนดี โดยไม่ยอมให้ผู้ตายแยกตัวออกห่างและขอหย่าร้าง

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่เจรจาไม่ได้ผล จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่พกติดตัวมาด้วย จ่อยิงทางด้านหลังของนางสิรินพร 3 นัดจนล้มฟุบลง และยิงซ้ำอีก แต่กระสุนด้านขัดลำกล้อง จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ จึงได้พยายามจะกระชากลำกล้องเพื่อคัดปลอกกระสุนออก ระหว่างนั้นก็เกิดเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด กระสุนลั่นเจาะบริเวณหน้าอกของ จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ จนล้มลงอาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ถูกลุกหลงกระสุนที่ยิงนางสิรินพร แฉลบไปถูกน.ส.ภูวรณ ลัดดา พนักงานของห้างที่ข้อเท้า และ เด็กชายคำพูน เต็มนิธิรัตน์ หลานชายของผู้ตายที่เดินอยู่ข้างๆกันบาดเจ็บที่ข้อเท้าไปอีกราย สาเหตุก็มาจากการหึงหวง ที่ไม่ต้องการหย่าร้าง และต้องการให้ผู้ตายกลับไปอยู่ด้วยกันที่ จ.กาญจนบุรี

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนญาติๆของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายและสามีคือ จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ชุ่มบุญชู ได้แต่งงานอยู่กินกันโดยถูกต้องตามกฎหมายมีลูกด้วยกัน 1 คน ที่ จ.กาญจนบุรี และต่อมา ผู้ตายจับได้ว่า จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ แอบไปมีภรรยาอีกคน จึงเกิดการทะเลาะกัน โดยผู้ตายต้องการที่หย่าร้างเพื่อแยกทางกัน จนถึงขั้นขายรถเพื่อแบ่งเงินกันจำนวน 4 แสนบาท แต่ผู้ตายไม่เอายกให้ลูกทั้งหมดและบ้าน เมื่อผู้ตายได้ออกจากบ้านมาอาศัยอยู่กับญาติที่อุดรฯ กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ ได้ตามมาที่บ้านและพักค้างคืนที่บ้านด้วยกัน แต่ก็ทะเลาะกันทั้งคืน ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ เมื่อทนไม่ได้รุ่งเช้าจึงพากันแจ้งความเอาเรื่องกับ จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ เพื่อเป็นหลักฐานในการขอหย่า ทำให้ จ.ส.ต.พิเชฎฐ์ โมโห ที่ภรรยาไม่ยอม จะแยกทางท่าเดียว เลยตัดสินใจตามไปยิง ขณะที่ผู้ตายกำลังเดินซื้อของกับญาติๆ

ที่มา:ข่าวสด

ชาวหัวหินจุดเทียนแสดงความอาลัยในหลวง ร.9 หน้าวังไกลกังวล ช้าง 8 เชือกหมอบกราบพระบรมฉายาลักษณ์

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่หน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้รวมตัวกันบริเวณด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อร่วมกันจุดเทียนแสดงความอาลัย ซึ่งชาวหัวหินจะรวมตัวกันจุดเทียนแสดงความอาลัยเป็นประจำทุกค่ำคืนนับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 364 วันแล้ว

ทำให้ค่ำคืนนี้มีประชาชนจำนวนมากออกมาร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัย โอกาสนี้นายประกอบ ชำนาญกิจ นักธุรกิจชาวหัวหินเจ้าของหมู่บ้านช้างหัวหิน นำขบวนช้าง 8 เชือก มาร่วมแสดงความอาลัยแด่ในหลวง รัชกาลที่9 ในค่ำคืนนี้ด้วย โดยช้างทุกเชือกมีการแต่งแต้มสีสัน ด้วยลวดลายที่มีเลข 9 อยู่บนตัวช้าง

ทั้งนี้เมื่อถึงกำหนดเวลาขบวนช้างทั้ง 8 เชือก ได้เคลื่อนมาตั้งแถวที่ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ประชาชนชาวหัวหินได้พร้อมใจกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ในขณะที่ช้างทั้ง 8 เชือกได้หมอบกราบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้วยลักษณะท่าทางที่สงบเรียบร้อย และพร้อมเพรียง เป็นภาพที่สร้างประทับใจให้กับประชาชนที่มาร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้นำจุดเทียนแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อันหาที่สุดมิได้ ก่อนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง ,บทเพลงเทิดพระเกียรติ เพลงพระราชาผู้ทรงธรรม, เพลงต้นไม้ของพ่อ และเพลงรักพ่อไม่มีวันพอเพียง

ซึ่งในบทเพลงสุดท้ายนี้ ประชาชนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงออกมาด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดีและเทิดทูนในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างสุดหัวใจ บางคนถึงกับขับร้องไปด้วยคราบน้ำตา และเมื่อถึงท่อนสุดท้ายของเพลง ซึ่งมีเนื้อเพลงว่า “กราบถวายบังคม เสด็จสู่สวรรคาลัย” ซึ่งเป็นคำร้องซ้ำกัน 3 รอบ ประชาชนต่างก็พร้อมใจกันยกมือขึ้นไหว้เหนือหัว เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

นายประกอบ ชำนาญกิจ นักธุรกิจชาวหัวหินเจ้าของหมู่บ้านช้างหัวหิน กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะครบ 1 ปีเต็ม ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสู่สรรคาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยนำช้างมาแสดงความอาลัยที่หน้าวังไกลกังวล อีกทั้งช้างยังเป็นสัตว์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงโปรด ตนจึงต้องการที่จะนำช้างมากราบในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ซึ่งช้างทั้ง 8 เชือกนี้ เชือกที่อายุเยอะที่สุด อายุ 25ปี เป็นช้างพลาย งาสวยงาม ส่วนเชือกที่อายุน้อยที่สุดเพียง 10 ปี เป็นช้างพัง ซึ่งทุกเชือกได้รับการฝึกให้เป็นช้างที่มีนิสัยน่ารัก เรียบร้อย และทุกเชือกสามารถหมอบกราบได้อย่างสวยงาม

ที่มา:ข่าวสด

ดราม่า! “แตงโม-แต๊งค์” หลังอัพรูปโชว์หวานจนแฟนๆ แอบลุ้น ตอนนี้ลบรูปเกลี้ยงไอจี!?

เรียกว่าดับฝันแฟนๆ ที่กำลังลุ้นอยู่เลย สำหรับสาว แตงโม นิดา และอดีตแฟนหนุ่ม แต๊งค์ พงศกร หลังเหมือนจะมีลมพัดหวน ทั้งคู่ไปเที่ยวด้วยกันแล้วอัพรูปภาพสวีตหวานกันรัวๆ ล่าสุด เพจดังออกมาเปิดเผยแล้วว่า ทั้งคู่ ลบรูปคู่หวานๆ นั้นเกลี้ยงไอจีไปเลย ปิดตำนานถ่านไฟเก่าไปอีกรอบ งานนี้จะมีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า คงต้องรอเจ้าตัวทั้งคู่มาอธิบายอีกที

ที่มา:ข่าวสด

ที่แท้สาวจีน!!ขับเก๋งแดงเฉี่ยวตร.อาสา พุ่งชนจยย.แม่ลูกจนซี่โครงหัก โดนแจ้งข้อหาหนัก

จากเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นกลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Prang Chamaithip ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่ตำรวจจราจรนายหนึ่งกำลังไปพูดคุยกับคนขับรถสีแดง โดยคนขับรถเปิดประตูฝั่งคนขับออกมาคุย แต่จังหวะนั้นจู่ๆ คนขับรถสีแดงได้ขับถอยหลังอย่างแรง ทั้งที่ยังเปิดประตูค้างไว้และมีตำรวจยืนอยู่ ทำให้ตำรวจนายดังกล่าวโดนประตูรถดันจนเกือบล้ม ก่อนรถคันดังกล่าวจะขับพุ่งเดินหน้าไปแล้วไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีผู้ัหญิงกับเด็กหญิงนั่งมา จนรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ขณะที่รถคันสีแดงก็ขับพุ่งหลบหนีไป

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายต้น ลึกทะเล อายุ 33 ปี อาสาสมัครตำรวจจราจรสภ.เมืองพัทยาตามคลิป เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับสาว สัญชาติจีน อายุ 36 ปี คนขับรถเก๋งสีแดงตามคลิปดังกล่าว โดยแจ้งให้ดำเนินคดีข้อหา ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายต้น เปิดเผยถึงเหตุการณ์ระหว่างปฎิบัติหน้าที่ ว่ารถเก๋งจอดอยู่ในที่ห้ามจอด โดยทางรถยกพยายามที่จะเข้ามายกก่อนเจ้าของรถกลับมาแล้วเกิดมีปากเสียงโวยวาย ตนเห็นจึงเข้าไปห้ามปรามก่อนเกิดเหตุตามคลิป อีกทั้งยังพุ่งไปชนรถจยย.ตามคลิปจนรถนั้นล้มลงได้บาดเจ็บซี่โครงหัก ล่าสุดรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กรุงเทพพัทยา

ภายหลังเกิดเหตุได้ประสานเจ้าหน้าที่ทางวิทยุเพื่อสกัดจับ จนสามารถตามไปจับกุมไว้บริเวณแยกทางขึ้นเขาพระตำหนักในเวลาต่อมา

ด้านบริษัทประกันรถได้ออกมารับผิดชอบโดยดูแลค่ารักษาผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา รถเก๋งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้ตรวจสอบก่อน ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่นั้น จะต้องรวบพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวมีความละเอียดอ่อน ก่อนที่จะดำเนินคดีกับคนขับชาวจีนรายนี้ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด